|
ฝนดาวตกเปอร์เซอิด (Perseid Meteors shower)
กลับมาอีกครั้งกับ ฝนดาวตกเปอร์เซอิด
(Perseid Meteor Showers) ในเดือนสิงหาคมตรงกับวันที่
11 หรือ 12 ของทุกปี จนเราคนไทยมักเรียกฝนดาวตกนี้ว่า
"ฝนดาวตกวันแม่" เพราะเป็นฝนดาวตกที่มีช่วงสูงสุดอยู่ราววันที่ 12 สิงหาคม
ซึ่งตรงกับ วันเฉลิมพระชนน์พรรษา หรือ วันแม่ ของเราชาวไทยนั่นเอง แต่ฝนดาวตกเปอร์เซอิคเกิดขึ้นช่วงฤดูฝนของเมืองไทยทุกที
จนเราชาวไทยไม่ค่อยมีโอกาสได้เห็นฝนดาวตกนี้กันเลย
แต่สำหรับทางฝั่งยุโรปและอเมริกา เป็นช่วงฤดูร้อนท้องฟ้าโปร่ง
จึงกลายเป็นฝนดาวตกยอดนิยมของชาวตะวันตกไป
และภาพถ่ายที่ได้ก็จะมากจากทางอเมริกาเป็นส่วนมาก
ถึงกระนั้นเราก็ควรจะทำความรู้จักกับฝนดาวตกเปอร์เซอิคไว้บ้าง
ภาพไฟร์บอลของฝนดาวตกเปอร์เซอิค ซึ่งถ่ายไว้โดย
Rick Scott และ Joe Orman ใน Arizona เมื่อปีค.ศ.1997
ด้วยฟิล์มโกดัก P1600 เลนซ์มุมกว้าง 21 มม. F/2 เปิดหน้ากล้องนาน
8 นาที
|

ภาพฝนดาวตกเปอร์เซอิด เมื่อปี คศ.1993 |
ประวัติความเป็นมา ชื่อ Perseid
ถูกตั้งขึ้นโดยนักดาราศาสตร์ชาวอิตาลี
Giovanni V.Schiaparelli เมื่อปี คศ.1866
โดยให้ชื่อนั้นเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับกลุ่มดาว
ที่อยู่ใกล้เคียงกับจุด
radiant
หรือจุดเสมือนแหล่งกำหนดของดาวตก
นั่นก็คือกลุ่มดาวเจ้าชายเปอร์เซอุส
(Perseus) โดยที่ Schiaparelli
สังเกตว่าจุด radiant
ของฝนดาวตกนี้ใกล้เคียงกับ
แนวการเคลื่อนที่ของดาวหาง
109P/
Swift-Tuttle ซึ่งเข้ามาในระบบสุริยะชั้นในเมื่อปี
คศ.1862
โดยมีคาบการโคจรทุกๆ 130
ปี
มีวงโคจรเลยดาวพลูโตออกไปอีก
ครั้งหนึ่งนักดาราศาสตร์เคยวิตกกังวลว่าดาวหางนี้จะชนโลก
แต่ข้อมูลปัจจุบันและการคำนวนใหม่พบกว่า
ดาวหางดวงนี้ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้ว
อย่างน้อยก็อีกก็หลายร้อยปี
การกลับมาเยือนของดาวหาง
Swift-Tuttle ล่าสุดเมื่อปี คศ. 1992
ก็มาช่วยเพิ่มอนุภาคให้กับ
ฝนดาวตกนี้ ช่วยเพิ่มสีสรรให้กับฝนดาวตกนี้น่าสนใจขึ้น ซึ่งมีรายงานว่า
ฝนดาวตกเปอร์เซอิดเพิ่มขึ้นราว
200-500 ดวงต่อชั่วโมงในปี คศ.1993
อนุภาคเศษฝุ่นผงของดาวตกเปอร์เซอิดนี้
มีขนาดใหญ่ไม่เกินเม็ดทราย
(ดัง รูปด้านซ้ายมือ)
ซึ่งจะเคลื่อนผ่านชั้นบรรยากาศด้วยความเร็วประมาณ
132,000 ไมล์ต่อชั่วโมงหรือ 59
กิโลเมตรต่อวินาที
จะช้ากว่าของฝนดาวตกลีโอนิด
ซึ่งเร็วประมาณ 72
กิโลเมตรต่อวินาที
ฝนดาวตกเปอร์เซอิดเป็นหนึ่งในฝนดาวตกประจำปีที่น่าสนใจของประเทศแถบยุโรป
และอเมริกา
เพราะเป็นฝนดาวตกฤดูร้อน
แต่ในประเทศไทยส่วนใหญ่จะ
Peak
สูงสุดในช่วงฤดูฝนที่ให้ฝนดาวตกเปอร์เซอิดไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าที่ควรในบ้านเรา
เหมือนอย่างฝนดาวตกลีโอนิด
จุดเด่นของฝนดาวตกเปอร์เซอิดคือมีไฟร์บอลที่โดดเด่นสวยงามเหมือนกับฝนดาวตกเจมินิดในเดือนธันวาคม

การสังเกตฝนดาวตกเปอร์เซอิด
ฝนดาวตกนี้ มีจุดเรเดียน
(Radiant) หรือจุดกำเนิดอยู่ในกลุ่มดาวเปอร์เซอุส
ใกล้กับดาวแกมม่าเปอร์ซี่
ซึ่งในวันที่ 11-12 สิงหาคม
กลุ่มดาวนี้จะเริ่มขึ้นจากขอบฟ้าหลังเที่ยงคืนไปแล้ว
ดังนั้นช่วงการสังเกตดีที่สุดต้องราวๆ
ตี2- ตี3
แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับช่วงเวลา
Peak
สูงสุดของฝนดาวตกในปีนั้นๆ
การสังเกตให้มองไปทางฟ้าซีกเหนือ
ดังรูป (เพราะกลุ่มดาวเปอร์เซอุสเป็นกลุ่มดาวฟ้าซีกเหนือ)
แล้วมองท้องฟ้ามุมกว้างๆ
ซึ่งดาวตกจะปรากฏห่างจากจุดเรเดียนประมาณ
30-40 องศาโดยรอบ ซึ่งดาวตกจะมีทิศทางผ่านกลุ่มดาวแคสสิโอเปีย
กลุ่มดาวสารถี และกลุ่มดาวแอนโดรเมด้า เป็นส่วนใหญ่
ฝนดาวตกเปอร์เซอิค ปี 2551
สำหรับปี 2551 นี้ ตรงกับขึ้น 11 ค่ำ
ดวงจันทร์ครึ่งดวงกว่าๆ ซึ่งหลังเที่ยงคืนไปแล้ว
ดวงจันทร์อยู่ทางขอบฟ้าตะวันตก ทำให้ไม่มีอุปสรรคจากแสงจันทร์มารบกวนมากนัก
แต่ตรงกับฤดูฝนของประเทศไทยพอดี
ทำให้วันนั้นเราต้องมาเสี่ยงลุ้นกับสภาพอากาศว่าจะเป็นใจหรือไม่มากกว่า
ฝนดาวตกเปอร์เซอิคนี้ปกติจะเริ่มมีตั้งแต่วันที่ 17
กรกฏาคม บ้างเล็กน้อย จนถึง วันที่ 24 สิงหาคม
แต่วันที่เกิดขึ้นมากที่สุดจะตรงกับช่วงต่อของวันที่ 12 สิงหาคม ถึง
รุ่งเช้าวันที่ 13 สิงหาคม
|